อัพเดท ล่าสุด ค้นหาบทความ >>

 


จาก NASA สู่ Elon Musk ถึง Jeff Bezos
กับโครงการ: สำรวจอวกาศ - หาดาวบ้านใหม่ให้มนุษยชาติ - สร้างอาณานิคมอวกาศ!


-- ล่าสุด NASA ก็ได้ประกาศว่า จะส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์อีกครั้ง ในปี 2024 และจะมุ่งสู่ดาวอังคารต่อไป --



"SpaceX Interplanetary Transport System": Elon Musk จะพามนุษย์สู่ดาวอังคาร ภายในปี 2025

-- คลิป CG พรีเซนต์ฯโปรเจค : "SpaceX Interplanetary Transport System" --

"ณ วันนี้ มีสองทางเลือกที่มนุษยชาติต้องเผชิญ ทางแรก คงอยู่บนโลกตลอดไป จากนั้นจะต้องสูญพันธุ์อย่างเลียงไม่ได้ อีกทาง เราต้องกลายเป็นอารยธรรมท่องอวกาศ(Spacefaring Civilization) เป็นสปีชีส์ที่อาศัยอยู่ได้หลายดาว(Multi-Planetary Species)" --- Elon Musk


Sep 27, 2016
: Elon Musk แห่ง SpaceX ได้ประกาศ -- อภิมหาโครงการ SpaceX's Interplanetary Transport System -- หรือ ระบบยานขนส่งขนาดใหญ่ยักษ์ทรงพลังที่สุดทีเคยมีมา เพื่อพามนุษยชาติไปดาวอังคาร (และยานอาจใช้ไปดาวใกล้เคียงอื่นในระบบสุริยะได้ด้วย อาทิ ดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัส หรือดวงจันทร์ของดาวเสาร์)

เบื้องต้นโครงการนี้ จะสามารถนำผู้โดยสารถึง 100 คนต่อเที่ยวไปสู่ดาวอังคารได้ คาดว่าภาคส่วนต่างๆจะสำเร็จพร้อมเริ่มเดินทางได้จริงๆไม่น่าเกิน 10 ปี (หรือประมาณแถวๆ ค.ศ 2025) โดยค่าตั๋วต่อคน ถึงวันนั้นจะพยายามลดให้ได้อยู่ประมาณ 200,000 ดอลลาร์US หรือลงไปอีกเป็น 100,000 ดอลลาร์ ...

เวลาในการเดินทาง คาดว่าจะใช้เวลาไปถึงดาวอังคาร อย่างเร็วประมาณ 90 วัน หรืออย่างช้าไม่น่าเกิน 150 วัน หรือถ้าเลทกว่านั้นก็ไม่น่ามาก (เชิงเทคนิค ขึ้นอยู่กับ แนวการวางตัวของโลก กับ ดาวอังคาร ด้วย) ... และเมื่อถูกถาม กรณีในการเตรียมตัวเดินทางการฝึก+ใช้ชีวิตในยานอวกาศ Elonเผยจะไม่ยุ่งยากมาก อาจเตรียมตัวแค่วันเดียว!ก็พอ ไม่ได้ลำบากยุ่งยากแบบนักบินอวกาศยุคก่อนๆแล้ว และภายในยานเองก็จัดมีสิ่งอำนวยความสะดวก+ความบันเทิง ... และเมื่อถูกถามเรื่องความปลอดภัย+ความเสี่ยงอื่นๆทั้งระหว่างเดินทาง หรือลงดาวอังคารแล้ว Elonตอบทำนอง #ผู้เข้าร่วมเดินทางจำต้องยอมรับความเสี่ยงธรรมดา ( ก็ต้องมีเซ็นสัญญาตกลง ที่อาจไม่ได้กลับมา +_+ )

และถ้าทุกอย่างไม่ผิดพลาด/หลุดแผนเกินไป ภายในอีก 50 ปีถัดไป น่าจะขนสัมภาระ+ขนผู้คนไปเพิ่มเติม สร้างอาณานิคมบนดาวอังคารได้! ...

>> cr. ข้อมูลเชิงเทคนิค เพิ่มเติมที่ www.space.com --- และคลิปเต็มๆ Elon บนเวที พรีเซน 1+ชม. https://youtu.be/H7Uyfqi_TE8



Elon Musk ประกาศอีกโปรเจค: ส่งพลเรือน ทัวร์ดวงจันทร์ ภายในปี 2023

Sep 17, 2018 : Elon Musk แห่ง SpaceX ประกาศอีกโปรเจค: จะส่งพลเรือนทัวร์ดวงจันทร์ ประมาณปี ค.ศ. 2023 โดยงานนี้มี Yusaku Maezawa มหาเศรษฐีญี่ปุ่น คือผู้ที่ เหมาลำยาน BFR ((Big Falcon Rocket) ของ SpaceX (*แค่บินไปชมวนรอบ ไม่ได้ลงไปเหยียบพื้น) ...

... โดยมหาเศรษฐีผู้นี้ กะจะเชิญคนอื่นร่วมทัวร์ไปด้วย(6-8คน) น่าสนใจตรงที่ระบุว่า ต้องเป็น Artists หรือศิลปิน/นักออกแบบ/นักสร้างสรรค์ สาขาต่างๆเท่านั้น ในแคมเปญว่า "DearMoon"(คลิกชมเว็บไซต์เพิ่มเติม) ... เขาให้เหตุผลเบื้องต้นว่า เมื่อศิลปินได้ออกนอกโลกไปเยือนดวงจันทร์อย่างใกล้ชิดกันแล้ว จะรู้สึกอย่างไรกัน ที่สำคัญจะได้แรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผลงานศิลป์ออกมาอย่างไรต่อไป ... (และงานนี้ ไม่แน่ Musk อาจตัดสินใจไปด้วย ?)

ทั้งโปรเจคไปดวงจันทร์ หรือ ดาวอังคารข้างต้น เมื่อถึงวันนั้น ที่ทุกอย่างพร้อมออกทะยาน ชาวโลกทั้งโลกคงต้องจับตาลุ้นระทึกเลยทีเดียว และมันจะเป็นที่สุดของความท้าทาย เป็นก้าวใหญ่ที่ยิ่งใหญ่มของมนุษยชาติ ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก

 



Jeff Bezos แห่ง Amazon.com ประกาศ โครงการ "อาณานิคมอวกาศ"

May 9, 2019 ... อภิมหาเศรษฐี Jeff Bezos แห่ง Amazon.com และอีกบริษัทของเขา อันเป็นบริษัทด้านอวกาศโดยเฉพาะ ในชื่อ Blue Origin (คลิกชมเว็บไซต์เพิ่มเติม) ... ประกาศโครงการ จะสร้าง อาณานิคมอวกาศ! หรือ Space Colony ในอนาคต ... อันได้แรงบันดาลใจเบื้องต้นมาจากไอเดีย อาณานิคมอวกาศ ที่เรียกว่า "O'Neill cylinder" หรือ "O'Neill colony" ต้นฉบับโดยอาจารย์ฟิสิกส์ นาม Gerard O’neill ซึ่งท่าน O’neill ซึ่งคิดไว้นานแล้ว ตั้งแต่ปี1976 ในหนังสือทีชื่อ "The High Frontier: Human Colonies in Space" ...

-- คลิป Jeff Bezos แถลงโครงการ เกี่ยวกับ Space Colony และยาน Blue Moon --

เบื้องต้น Bezos เผยความจำเป็น ที่มนุษย์ต้องมีนิคมอวกาศ รวมทั้งต้องเร่งหาทางใช้พลังงานในอวกาศ ก็ด้วยทรัพยากรจำกัดบนโลก และการใช้ทรัพยากร-พลังงานของมนุษย์ที่มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ... ไอเดีย Space Colony ก็คือ นิคมกลางอวกาศ ที่ภายในมีระบบแรงโน้มถ่วงเทียม-ระบบเมือง-ระบบเกษตรกรรม-ระบบอุตสาหกรรม-ระบบนิเวศที่เกี่ยวเนื่องต่อการดำรงชีวิตต่างๆ ฯลฯ เรียกว่า มีครบแทบทุกอย่าง ไม่ต่างจากบนโลก เพียงแต่ทุกอย่างบนนั้น จะถูกสร้างขึ้นมาใหม่แทบทั้งหมด ทั้งอยู่ภายใต้การควบคุม และอีกจุดเด่นสำคัญมากที่ Bezos แถลงก็คือ บนนั้นมันจะไม่มีภัยธรรมชาติต่างๆแบบบนโลก (อุทกภัย,พายุ,แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ) ... [[ * ใครนึกไม่ออก ก็ประมาณๆ ที่มีปรากฏในหนังไซไฟ อย่าง Elysium(2013) หรือ Interstellar(2014) หรือ StarTrekBeyond(2016) เป็นต้น ]] ...

--- ตัวอย่าง Space Colony ในภาพยนตร์ Elysium (2013) ---


... โดย Bezos คาดหวังไว้ว่า โครงการ Space Colony ข้างต้นนี้ จะสามารถย้ายมนุษย์ไปอาศัยอยู่ ได้ถึง 1ล้านล้าน! คน ... ก็จัดเป็นอีก อภิมหาโปรเจคสุดอลังการ ซึ่งคงจะต้องใช้ทุนสูง+ใช้วิวิทยาการขั้นสูง+และทรัพยากรที่สูงมากกกก แน่นอน ... แต่ ณ ตอนนี้ สำหรับโครงการ Space Colony ยังไม่มีกำหนดการชัดเจนใดๆออกมา ด้วยโครงการอยู่ในระดับการริเริ่มไอเดียเท่านั้น และทั้งยังต้องทำการศึกษาวิจัยอีกมาก เพื่อหาทางสร้างให้เป็นไปได้จริงในอนาคต ... ซึ่ง Bezos ก็มองว่า โครงการระดับนี้อาจต้องใช้เวลาสร้างรุ่นสู่รุ่นกันเลย แต่มันจำเป็นต้องมีจุดเริ่มต้น จึงควรปูทางกันตั้งแต่บัดนี้เลย


"ยานอวกาศ Blue Moon" ส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ ภายในปี 2024


แต่ที่แน่ๆ ณ วันนี้ Jeff Bezos มีอีกโครงการ ที่เขาประกาศเปิดตัวไปแล้วล่าสุด อันจะเกิดขึ้นจริงก่อนโครงการ Space Colony ก็คือ โครงการ "ยานอวกาศ Blue Moon" ... ซึ่งจะพามนุษย์ไปดวงจันทร์ มีกำหนดการณ์จะทำให้สำเร็จ ภายในปี 2024 (*รายละเอียดแถลงการณ์แบบเต็มๆ ตามคลิป Bezos ด้านบนก่อนหน้า) ซึ่งได้ดำเนินการสร้างจริงไปแล้ว ... จุดเด่นพิเศษสำหรับ ยาน Blue Moon ก็คือ จัดว่าเป็นยานไปดวงจันทร์ขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าที่เคยมีมา อันจะสามารถบรรจุสิ่งของสัมภาระได้ถึงประมาณกว่า 3 ตัน เลยทีเดียว ทั้งนี้เป้าหมายหลัก ก็เพื่อปูทาง-ต่อยอดไปสู่ การสร้างนิคมบนดวงจันทร์-ยันอาณานิคมอวกาศ ต่อๆไปด้วยนั่นเอง

>> เพิ่มเติม: https://gizmodo.com/heres-everything-jeff-bezos-said-to-convince-humanity-t-1834664129?fbclid=IwAR1IFeDZyK2ObxQhobLNCEMxgOCZs0z4r-0LI-CknJ_H-deOS5iNZe5tKN0

-- Jeff Bezos กับต้นแบบ ยานอวกาศ Blue Moon --



-- ส่งท้าย: เกี่ยวเนื่อง แถม --

" ผมไม่คิดว่ามนุษยชาติเราจะอยู่รอดไปถึงอีก 1000ปี! " ---Stephen Hawking

นั้นคือ ทัศนะของท่านฮอร์คิง บรรยายในงาน Oxford Union( 15 Nov 2016) ... ซึ่งที่ผ่านมาท่านก็มักให้ทัศนะทำนองนี้มาตลอด ที่ท่านคิดเช่นนั้นก็โดยคาดการณ์จากพฤติกรรมมนุษย์กับเทคโนโลยี และทั้งจากระบบเศรษฐกิจสังคมที่เป็นอยู่ซึ่งดูจะส่งเสริมการบริโภคสูบทรัพยากรในอัตราเร่งทวีคูณเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน หรือ climate change (ทั้งทางตรงหรืออ้อมก็ตาม) อันก่อให้เกิดวิกฤติทรัพยากรสิ่งแวดล้อมต่างๆตามมา จนโลกเริ่มส่งสัญญาณ ส่อหายนะ! แล้ว หรือแม้ทั้งกรณีของความขัดแย้งเชิงการเมือง-สงครามแย่งชิง-วิกฤตินิวเคลียร์ ฯลฯ ซึ่งย่อมจะมีส่วนสมทบ เร่งให้หายนะเกิดเร็วขึ้นไปอีก หรือแม้แต่การมาของ A.I. ในอนาคตอันใกล้ ที่ยังไม่อาจคาดเดาได้ว่า จะส่งผลดีร้ายต่อชีวิตสังคมเพียงใด ... กระนั้น ถึงแม้ต่อให้ มนุษย์อาจจะไม่ได้ทำธรรมชาติเสียดุลย์ร้ายแรงใดๆเลยก็ตาม แต่ตัวโลกเองก็มีความแปรปรวน ไม่เสถียร และมีความเสี่ยงอยู่แล้วโดยตัวมันเอง เพียงแต่พฤติกรรมมนุษย์จะมีผลเร่งให้เกิดหายนะได้เร็วขึ้นแค่นั้น ...

> ตามต่อ บทความเกี่ยวเนื่องท่าน Hawking : คลิก Stephen Hawking's Favorite Places :ทัวร์อวกาศไปกับ "Stephen Hawking"

... ท่านฮอร์คิงจึงได้เสนอตอกย้ำว่า ยังไงแล้วมนุษยชาติควรตระหนักต่อความจำเป็นในการหาดาวบ้านใหม่สำรองไว้บ้าง โดยควรจัดให้เป็นอีกวาระสำคัญเร่งด่วนที่สุด เพราะถึงแม้มนุษย์จะยอมปรับพฤติกรรม แต่ ณ สภาพการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ก็อาจไม่ทันแล้ว !? โลกจะยังคงแย่ลงเรื่อยๆอยู่ดี ( จุดนี้เองที่ NASA หรือองค์กรอวกาศเกี่ยวข้องต่างๆ อาทิ SpaceX ของ Elon Musk หรือของ Jeff Bezos ข้างต้น หรือแม้ประเทศก้าวหน้าต่างๆ อย่าง ยุโรป จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น หรือ อินเดีย ฯลฯ จึงเร่งพัฒนาโครงการอวกาศต่างๆ รวมทั้งโครงการค้นคว้าหาดาวอื่นๆที่พอเป็นไปได้ สำหรับมนุษย์สามารถย้ายไปอาศัยอยู่ต่อๆไป ซึ่งก็อาจต้องเริ่มที่ การหาทางส่งมนุษย์ไปยังดาวใกล้ๆโลกให้สำเร็จให้ได้ก่อน อาทิอย่าง ดวงจันทร์ หรือ ดาวอังคาร ... รวมทั้งศึกษาพัฒนาโครงการเกี่ยวเนื่องที่น่าจะเป็นไปได้อื่นๆขนานไปด้วย อาทิ การหาวิธีใช้ทรัพยากรและพลังงานจากอวกาศนอกโลก-จากดาวอื่นๆ ไปจนถึงการหาหนทาง สร้างระดับ Space Colony ขึ้นมาเลย เป็นต้น) ...

แต่อีกด้าน ก็มีนักคิด/นักวิชาการ หลายฝ่ายคิดต่างเห็นแย้งเสมอเช่นกัน ว่าท่านฮอร์คิง อาจตระหนกเว่อร์ไป ไม่น่าจะถึงขั้นจำเป็นต้องมัวแต่มุ่งทุ่มเทจะหาดาวใหม่ขนาดนั้น แต่ควรไปเน้นทุ่มเทฟื้นฟูรักษาโลกเรานี่แหละให้มาก ยังไงแล้วโลกก็ยังเป็นบ้านที่ดีทีสุดของเรา เพราะการออกสู่อวกาศ-หาดาวใหม่ มันทั้งยากและทุนสูง จึงอาจเป็นความพยายามที่สูญเปล่า เพราะแค่จะพาคนไปดวงจันทร์หรือดาวอังคารใกล้ๆก็ยากมากและเสี่ยงเอามากๆอยู่แล้ว และทั้งการออกไปแต่ละครั้งแม้เพียงครั้งเดียว ก็ต้องทุ่มทุนมหาศาลใช้เวลามาก ทั้งความเป็นไปได้ที่จะย้ายไปอยู่บนดาวใกล้ๆอย่าง ดวงจันทร์หรือดาวอังคาร ก็ยังเลื่อนลอยเกินไป ก็ไม่ต้องพูดถึงดาวที่ไกลโพ้นกว่านั้น ... แต่กระนั้นทุกฝ่ายก็มีความเห็นจุดร่วมตรงกันต่อกรณีที่ ยังไงแล้วมนุษย์ควรต้องปรับพฤติกรรม ตั้งหลักเรียนรู้-บริหารจัดการใหม่อย่างเอาจริงเอาจังยิ่งๆขึ้นกว่าที่เป็นอย่างเร่งด่วน เพราะถ้ายังคงดำเนินต่อไปแบบเดิมๆ เผ่าพันธุ์เราก็คงจะอยู่ต่อได้ไม่เกิน 1000ปี อย่างที่ท่านฮอร์คิงคาดไว้เป็นแน่

>> ที่มา+เพิ่มเติมกรณี ฮอร์คิง บรรยายในงาน Oxford Union(2016) กรณีวิกฤติโลก/ต้องหาดาวใหม่ ที่ www.washingtonpost.com


ถาม: อะไรคือภัยคุกคามร้ายแรงที่สุด ต่ออนาคตของโลก?

"การถูกชนโดยดาวเคราะห์น้อย
เป็นภัยคุกคามที่ป้องกันไม่ได้ ครั้งใหญ่ล่าสุดคือ-
เมื่อ66ล้านปีก่อน ที่ได้คร่าไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไป

แต่มีภยันตรายที่ฉับพลันยิ่งกว่านั้นอีก ก็คือ-
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
เมื่อมหาสมุทรร้อนขึ้น จะทำให้แผ่นน้ำแข็งละลาย
ก่อเกิดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มหาศาล

ผลกระทบทั้งคู่ จะทำให้บรรยากาศโลกคล้าย-
‘ดาวศุกร์’ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 250 องศาเซลเซียส”

--Stephen Hawking --
จาก: หนังสือ(เล่มสุดท้ายของท่าน) "Brief Answers to the Big Questions
"






---- ป.ล *ติดตาม ข้อมูลเสริมอื่นๆ+แชร์คุยกันได้ที่แฟนเพจ สนทนาไซ-ไฟ ---